Saturday, 10 October 2026 | 5 : 30 am
Saturday, 10 October 2026
5 : 30 am

ผบ.ตร. กำชับ “ปราบยาเสพติด-นอมินี-สแกมเมอร์-ทุจริต”วาระแห่งชาติ

ผบ.ตร. มอบนโยบาย 9 ข้อ และกำชับ 4 เรื่องวาระแห่งชาติ ปราบยาเสพติด-นอมินี-สแกมเมอร์-ทุจริต ชู “คืนเวลาให้ตำรวจ เพื่อไปดูแลประชาชน” มุ่งสู่องค์กรบังคับใช้กฎหมายที่ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 9 ตุลาคม 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบนโยบายการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 แก่ข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับการขึ้นไปจากทุกหน่วยทั่วประเทศ จำนวน 471 นาย ณ ห้องแจ้งยอดสุข อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร และสวัสดิการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยยึดวิสัยทัศน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ “เป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมาย ที่ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา” พร้อมนโยบาย 9 ข้อ ที่มุ่งลดงานเอกสารและการประชุมที่ไม่จำเป็น เพื่อคืนเวลาให้ตำรวจได้ดูแลประชาชน กำหนดแนวทางใหม่ในงานจราจรที่ให้แนะนำและตักเตือนก่อนออกใบสั่ง และกำชับ 4 วาระเร่งด่วนตามนโยบายรัฐบาล ได้แก่ ยาเสพติด นอมินี สแกมเมอร์ และการทุจริตประพฤติมิชอบ

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. มอบนโยบายการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ใน 9 ข้อ ดังนี้ 1. พิทักษ์ ปกป้อง และเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ ภารกิจสูงสุด ถวายความปลอดภัยและรักษาความเรียบร้อยในพระราชกรณียกิจอย่างเต็มกำลัง 2. ปราบปรามอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างเด็ดขาด เน้นอาชญากรรมทางไซเบอร์และยาเสพติด โดยปฏิบัติภายใต้หลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน 3. เพิ่มศักยภาพการให้บริการ ยกระดับสถานีตำรวจลดงานธุรการที่ไม่จำเป็น ให้หัวหน้าสถานีวางแผนตามพื้นที่ งานสอบสวนรวดเร็ว โปร่งใส บริการสุภาพและเป็นธรรม 4. ขับเคลื่อนงานด้วยหลักตำรวจชุมชน (Community Policing)ตำรวจและประชาชนเป็นหุ้นส่วนดูแลความปลอดภัย สร้างเครือข่ายกับผู้นำชุมชนและท้องถิ่น ป้องกันก่อนเกิดเหตุ 5. ลดอุบัติเหตุบนท้องถนนใช้ข้อมูลจุดเสี่ยงและช่วงเวลาเสี่ยง เน้นเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว ไม่สวมหมวกนิรภัย และประสานแก้ไขกายภาพถนน 6. นำเทคโนโลยีและ AI ขับเคลื่อนการทำงานระบบ ONE POLICE การเชื่อมข้อมูลที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) และการวิเคราะห์อาชญากรรมเชิงพื้นที่ โดยดุลพินิจยังเป็นของเจ้าหน้าที่ 7. เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารภายในองค์กรประชุมหน่วยในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดือนละครั้ง ใช้ ศปก.ตร. เป็นศูนย์กลางข้อมูล และลดการประชุมที่ไม่จำเป็น 8. แก้ไขปรับปรุงกฎหมายและระเบียบผลักดันการแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานและการบริการประชาชนตามขั้นตอน 9. ภาวะผู้นำที่เป็นแบบอย่างผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องลงพื้นที่รับรู้ปัญหาจริง ซื่อสัตย์ โปร่งใส และให้ความเป็นธรรม ภายใต้หลัก FIT (แข็งแรง พร้อมนำ) – FAIR (ยุติธรรม เป็นธรรม) – FUN (บรรยากาศดี มีความสุข) พร้อมวางหลัก “ผู้นำที่ดี” 3 ประการ คือ ให้สวัสดิการ ให้ความรู้ เมื่อผิดต้องกล้าลงโทษ

นอกจากนี้ ผบ.ตร. กำชับ 4 เรื่อง ที่เป็นวาระแห่งชาติตามนโยบายรัฐบาล และกระทบประชาชนโดยตรง โดยให้ทุกหน่วยทุกสายงานร่วมกันปฏิบัติ ได้แก่ 1.ยาเสพติด — ปราบปรามผู้ผลิต ผู้ค้า และเครือข่าย ขยายผลถึงทรัพย์สินที่ได้จากการค้า ไม่หยุดที่ผู้ค้ารายย่อย ส่วนผู้เสพให้ดำเนินการตามนโยบายและกฎหมาย และร่วมกับชุมชนป้องกัน 2.นอมินี — ตรวจสอบและขยายผลถึงผู้อยู่เบื้องหลังและเส้นทางการเงินที่แท้จริง ไม่จับเพียงผู้ที่ถูกใช้ชื่อ และประสานหน่วยงานกำกับดูแล 3.สแกมเมอร์ — รับแจ้งความทุกช่องทางและทุกท้องที่โดยไม่ปัดภาระ ระงับความเสียหายให้เร็วที่สุด เช่น การอายัดบัญชี ปราบปรามเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้เท่าทันกลโกง 4. ทุจริตประพฤติมิชอบ — ยกระดับงานเดิมที่อยู่กับจเรตำรวจ และ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ขึ้นเป็น ศูนย์ต่อต้านการทุจริต (ศตท.ตร.) ดำเนินการทั้งกับข้าราชการตำรวจและผู้กระทำการทุจริตประพฤติมิชอบ โดยมีจเรตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ขับเคลื่อน

นโยบาย ผบ.ตร. ที่มอบให้ข้าราชการตำรวจถือปฏิบัตินั้น คำนึงถึงพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ ในการได้รับประโยชน์สูงสุดจากการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ โดยได้ปรับปรุงและกำชับการปฏิบัติในแต่ละสายงาน และวางแนวทาง “คืนเวลาให้ตำรวจ เพื่อไปดูแลประชาชน” โดยลดภาระงานที่ซ้ำซ้อน เมื่อมีเวลาเพิ่มขึ้น หัวหน้าสถานีต้องวิเคราะห์อาชญากรรมและวางแผนป้องกันปราบปรามให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการให้บริการประชาชน โดยให้ขับเคลื่อนระบบ Police Care อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นองค์กรที่เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง ตามวิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมาย ที่ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา”

Lastest